
119.8K
Downloads
425
Episodes
Prachatai Podcast
Episodes

3 hours ago
3 hours ago
38 min
หมายเหตุประเพทไทย [Live] EP นี้ ชวนอ่านงานวิจัย “Representation of prostitutes in Thai songs, 2019–2024” (2025) โดย Chutacaphat Rattanaphan, Kawinsara Sudjai และ Kritsada Kantichol ซึ่งวิเคราะห์เพลงไทย 8 เพลงระหว่างปี 2562–2567 เพื่อสำรวจว่าเพลงสร้างภาพ “ผู้หญิงขายบริการ” อย่างไร ตั้งแต่ภาพของเหยื่อความยากจน ผู้ถูกตีตรา และสินค้าทางเพศ ไปจนถึงผู้หญิงที่สามารถต่อรอง ต่อต้าน และช่วงชิงความหมายของตัวเองกลับคืน ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับงานบริการทางเพศในสังคมไทย
งานศึกษาชิ้นคือ “Prostitution in Thailand: Representations in Fiction and Narrative Non-Fiction” (2015) ของ Lisa Lines ซึ่งศึกษาว่านักเขียนตะวันตกสร้างภาพผู้หญิงไทยที่ทำงานค้าบริการทางเพศอย่างไร ผ่านนิยายและสารคดีเชิงเรื่องเล่า โดยพบว่านิยายมีแนวโน้มทำให้การค้าบริการทางเพศดูโรแมนติก ลดทอนปัญหาการแสวงประโยชน์ และสร้างภาพผู้หญิงไทยผ่าน stereotype มากกว่า ขณะที่งาน non-fiction ให้ภาพที่ซับซ้อนและมีมิติมากกว่า
ภาพเหมารวมสำคัญมีทั้ง “Femme Fatale” ผู้หญิงสวย เซ็กซี่ เจ้าเล่ห์ เห็นแก่เงิน และหลอกผู้ชายตะวันตก กับ “Cinderella” ผู้หญิงยากจน เปราะบาง ไร้อำนาจ และรอชายต่างชาติผู้ร่ำรวยมาช่วยชีวิต แม้สองภาพจะดูตรงข้ามกัน แต่ต่างก็ลดทอนผู้หญิงให้เหลือเป็นตัวละครในจินตนาการของผู้ชายตะวันตก มากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและความคิดซับซ้อน
เมื่อพิจารณางานศึกษาทั้งสอง ทำให้เกิดคำถามว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการสร้างความหมายของ “ผู้ให้บริการทางเพศ” จากภาพผู้หญิงไทยในสายตาตะวันตก มาถึงเพลงไทยร่วมสมัยที่ยังคงมีทั้งภาพเหยื่อ ความจน การเป็นสินค้า และตราบาป แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมีพื้นที่ให้ผู้หญิงต่อรอง ต่อต้าน และนิยามตัวเองมากขึ้น ทั้งหมดนี้ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย

10 hours ago
10 hours ago
23 min
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และ ชานันท์ ยอดหงษ์ แนะนำบทความ “‘พรานเบ็ดผ้าเหลือง’: มายาคติ ความหลง และสมณศักดิ์ที่ครอบงำ—การวิเคราะห์วิกฤตศรัทธาในสถาบันสงฆ์ไทย” โดย กฤต พิริยธัชกุล วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่ใน วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม–สิงหาคม 2569) ซึ่งศึกษาวิกฤตศรัทธาต่อสถาบันสงฆ์ไทย ผ่านโครงสร้างสมณศักดิ์ ระบบทุนทางศาสนา และปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของคณะสงฆ์ในยุคร่วมสมัย
ข้อค้นพบสำคัญของงานคือมโนทัศน์ “พรานเบ็ดผ้าเหลือง” หรือการใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือดึงดูดศรัทธาและทุน ผ่านกระบวนการผลิตซ้ำความศักดิ์สิทธิ์ 4 ระดับ ได้แก่ การใช้วาทกรรมยกย่องตำแหน่งมากกว่าการปฏิบัติ การแปรสมณศักดิ์เป็นเครื่องผลิตทุน การใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณแทนคุณภาพทางธรรม และการดัดแปลงหลักธรรมให้กลายเป็นสินค้า ขณะเดียวกัน วิกฤตศรัทธายังเกิดจาก “วงจรอุบาทว์” ที่เชื่อมโยงปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเข้าด้วยกัน
บทความยังวิพากษ์การเปลี่ยนแปลงของการสื่อสารทางศาสนา จากการถ่ายทอดธรรมะไปสู่การประชาสัมพันธ์เพื่อธำรงสถานะ การสร้างภาพลักษณ์ และการสร้างตราสินค้าทางศาสนา รวมถึงการใช้วาทกรรมบางแบบเพื่อปิดกั้นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจภายในคณะสงฆ์
โดยงานวิจัยเสนอว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงความบกพร่องของพระสงฆ์เป็นรายบุคคล แต่เป็น วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่ต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ การปฏิรูประบบสมณศักดิ์ การจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใส การบริหารวัดในฐานะองค์กรสาธารณะ การรื้อมายาคติเรื่อง “ห้ามแตะต้องศาสนา” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงการปฏิรูปการศึกษาของพระสงฆ์ เพื่อรับมือกับวิกฤตศรัทธาที่กำลังเกิดขึ้นในสถาบันสงฆ์ไทยร่วมสมัย #หมายเหตุประเพทไทย #คณะสงฆ์

Sep 8, 2026
Sep 8, 2026
21 min
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนทำความรู้จักความคิดทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี่ (Antonio Gramsci) นักคิดมาร์กซิสต์ชาวอิตาลี ผ่านงานเขียนในช่วงก่อนถูกคุมขัง (Pre-Prison Writings) โดยเฉพาะงานชุด “Towards the Communist Party” ในช่วง ค.ศ. 1910–1920 จากความสนใจเรื่อง สภาโรงงาน (Factory Councils) ในฐานะพื้นที่ประชาธิปไตยของชนชั้นแรงงาน ไปสู่การตระหนักว่าการต่อสู้ในระดับโรงงานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีองค์กรทางการเมืองที่สามารถจัดระเบียบการต่อสู้ในระดับกว้างขึ้น ซึ่งต่อมาเชื่อมโยงกับการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลีในปี 1921
พร้อมแนะนำบทความ “ความคิดว่าด้วยเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ในงานเขียนทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี่” โดย ธนกร บุญยืน และวัชรพล พุทธรักษา เผยแพร่ใน วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 (2568) ซึ่งศึกษาความคิดของกรัมชี่ก่อนถูกคุมขัง และเสนอว่า สำหรับกรัมชี่ พรรคคอมมิวนิสต์มีฐานะเป็น “เครื่องมือทางประวัติศาสตร์” ทำหน้าที่จัดระเบียบเจตจำนงของชนชั้นแรงงาน สร้างจิตสำนึกทางชนชั้น และเชื่อมโยงอุดมการณ์เข้ากับการปฏิบัติจริง
กรัมชี่ยังปฏิเสธแนวคิดกำหนดนิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Determinism) ที่มองว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยอัตโนมัติ แต่ให้ความสำคัญกับบทบาทของการจัดตั้งทางการเมือง อุดมการณ์ และวัฒนธรรม พรรคจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือของชนชั้นกรรมาชีพในการยึดอำนาจรัฐ แต่ต้องสามารถสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และผู้นำที่เกิดขึ้นจากฐานประชาชน ขณะที่ สภาโรงงาน ก็ไม่ได้มีหน้าที่เพียงต่อสู้เรื่องค่าแรงหรือเงื่อนไขการทำงาน หากยังเป็นพื้นที่สำหรับสร้างการมีส่วนร่วมและวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใหม่ของชนชั้นแรงงาน
การอ่านงานเขียนของกรัมชี่ในช่วงก่อนถูกคุมขังยังช่วยให้เห็นว่า แนวคิดในยุคหลังอย่าง การครองอำนาจนำ (Hegemony) ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอย ๆ ใน “Prison Notebooks” (สมุดบันทึกจากคุก) แต่มีรากฐานจากประสบการณ์ทางการเมือง การต่อสู้ของขบวนการแรงงาน และคำถามเรื่องการจัดตั้งพรรคที่กรัมชี่ขบคิดมาก่อนหน้านั้น

Aug 31, 2026
Aug 31, 2026
25 min
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนคุยถึงซีรีส์ “ต้นส้มอยู่บ้านเขา แต่ผลส้มหล่นมาบ้านเราตลอดเลย” (When Oranges Fall) ทาง GMMTV โดยเป็นซีรีส์สร้างจากนิยายของ “Littleskyofme” ว่าด้วยความรัก มิตรภาพ การค้นหาตัวเอง และการเติบโตของกลุ่มวัยรุ่นในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ช่วงต้นทศวรรษ 2540 ท่ามกลางรอยต่อระหว่างโลกอะนาล็อกกับดิจิทัล
เรื่องราวเริ่มต้นจาก “ผลส้ม” ในบ้านของ “โก๋สอง” ที่หล่นข้ามรั้วไปยังบ้านของ “โก๋หนึ่ง” ก่อนความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มสองคนและกลุ่มเพื่อนจะค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับฤดูกาล ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกและการเริ่มต้นเรียนรู้ ฤดูฝน เป็นความไม่แน่นอน การจากหาย และความรู้สึกที่ค่อย ๆ เติบโต ส่วนฤดูหนาวคือฟ้าหลังฝน เมื่อความสัมพันธ์และความรู้สึกเริ่มชัดเจนขึ้น ทั้งหมดเกิดขึ้นในยุคที่ยังมีโปสเตอร์วงโลโซ และ Taxi ภาพการ์ตูน “One Piece” และ “Dragon Ball” คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โทรศัพท์มือถือยุคแรก และการส่งเบอร์มือถือผ่านแก้วน้ำแดง
นอกจากความรัก ซีรีส์ยังเล่าปัญหาธรรมดาแต่สำคัญของวัยรุ่น ตั้งแต่การไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ความกลัวว่าความฝันที่เลือกไว้อาจไม่สำเร็จ การถูกบูลลี่ในโรงเรียน ไปจนถึงความแตกต่างของครอบครัว โก๋หนึ่งเติบโตในบ้านที่พ่อแม่เปิดโอกาสให้ลูกได้ทดลองและค้นหาตัวเอง ขณะที่โก๋สองต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ต่างมีภาระ จนความเหงาทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
กลุ่มเพื่อนอย่าง “ออกัส ออก้า และอชิ” จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวประกอบของความรัก แต่ต่างมีเส้นทางการค้นหาตัวเองและช่วยให้กันและกันเข้าใจว่าคนแต่ละคนมีความถนัด ความฝัน และจังหวะการเติบโตไม่เหมือนกัน
พร้อมชวนคุยในประเด็น “อัตลักษณ์ทางเพศ” และ “ความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย” ในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย ตัวละครไม่ได้หมกมุ่นกับคำถามว่าเพศสภาพของตัวเอง “ผิดปกติ” หรือไม่ และแทบไม่มีทัศนคติแบบ homophobia หากคำถามสำคัญกลับเรียบง่ายกว่านั้นว่า “เราชอบคนคนนี้หรือเปล่า” ขณะเดียวกัน ซีรีส์ก็ยังชวนดูความสัมพันธ์ผ่านภาพจำเรื่องบทบาท “เมะ–เคะ” ว่าตัวละครเดินตามหรือขยับออกจากกรอบเหล่านี้อย่างไร #หมายเหตุประเพทไทย #WhenOrangesFall

Aug 24, 2026
Aug 24, 2026
23 min
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ “ฮลุน โซโล่” หรือ บวรทัต เป็งสุข อดีตนิสิตสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยูทูบเบอร์และนักเดินทางแบกเป้ ผู้เดินทางมาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ก่อนเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่ประเทศจอร์เจียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมย้อนกลับไปชวนคิดถึงชีวิต การศึกษา และการเดินทางของเขาผ่านมุมมองทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
การเรียนสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาแล้วออกเดินทางทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวถือว่า “ทำงานไม่ตรงสาย” จริงหรือ? รายการชวนสำรวจความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง “มานุษยวิทยากับการเดินทาง” ตั้งแต่ Bronislaw Malinowski, Margaret Mead, Clifford Geertz และ Sherry Ortner ไปจนถึงการศึกษาการท่องเที่ยวของ Nelson Graburn, Valene Smith และ Noel B. Salazar ซึ่งต่างชี้ให้เห็นว่า การเดินทางไปสู่โลกทางสังคมที่ไม่คุ้นเคย การพบปะผู้คน และการทำความเข้าใจสถานที่และวัฒนธรรม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตความรู้ทางมานุษยวิทยา
อีกด้านหนึ่ง ชีวิตของฮลุน โซโล่ยังนำไปสู่คำถามเรื่อง “นักเรียนทุน เด็กต่างจังหวัด และความยากจน” เมื่ออดีตนักเรียนทุนจุฬาชนบทที่เคยมีพื้นเพยากจนสามารถออกเดินทางทั่วโลก มีอาชีพและวิถีชีวิตของตนเอง เหตุใดจึงเกิดเสียงวิจารณ์ว่าเขาควรทำงาน “ตอบแทนทุน” หรือไม่ควรใช้ชีวิตในลักษณะดังกล่าว รายการจึงชวนพิจารณาว่า สังคมกำลังกักขังคนที่เคยยากจนไว้ใน “poverty narrative” หรือไม่ คืออนุญาตให้คนจนหลุดพ้นจากความจนทางเศรษฐกิจ แต่กลับไม่ยอมรับเมื่อพวกเขาต้องการเปลี่ยนสถานะ วิถีชีวิต ความฝัน และกลายเป็นพลเมืองของโลกในเชิงสัญลักษณ์ พร้อมชวนคิดประเด็น self-interest กับ selfishness และระหว่าง moral obligation กับ contractual obligation และคำถามว่า คนที่เคยได้รับโอกาสจากสังคมควรมีสิทธิเลือกชีวิตและความฝันของตนเองได้มากน้อยเพียงใด #ฮลุนโซโล #หมายเหตุประเพทไทย
![หลังชม The Odyssey (2026) | หมายเหตุประเพทไทย [Live]](https://pbcdn1.podbean.com/imglogo/ep-logo/pbblog4787289/55462870398_a67f74d393_k_300x300.jpg)
Aug 17, 2026
Aug 17, 2026
1 hr 15 min
หมายเหตุประเพทไทย (Live) สัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และ ประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนคุยหลังชมภาพยนตร์ The Odyssey (2026) ผลงานกำกับของคริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งดัดแปลงจาก Odyssey มหากาพย์กรีกโบราณของโฮเมอร์ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องราวการเดินทางกลับบ้านของ Odysseus หลังสงครามกรุงทรอยจึงยังสามารถนำกลับมาเล่าและเชื่อมโยงกับโลกปัจจุบันได้
จากประเด็นเรื่อง ชาตินิยม ภาษา และความภาคภูมิใจในอารยธรรมของตนเอง ผ่านการเดินทางของกองทัพ Odysseus ตั้งแต่การพบชาว Cicones ที่ Ismarus ซึ่งกองทัพต้องอาศัยล่ามในการสื่อสาร ไปจนถึงการเผชิญหน้ากับ Polyphemus ยักษ์ตาเดียวที่เหล่าทหารทึกทักว่าไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ ก่อนจะพบว่าความคิดดังกล่าวผิดไป หนังจึงพาไปสู่คำถามเรื่องการมอง “คนอื่น” ว่าด้อยกว่าตน ความเย่อหยิ่งจากชัยชนะ และราคาที่ผู้ชนะต้องจ่ายเมื่อการฝ่าฝืนกฎระเบียบเพื่อผลประโยชน์ของตนนำมาซึ่งความรู้สึกผิดและความโดดเดี่ยว
อีกประเด็นคือ "xenia" หรือกฎศักดิ์สิทธิ์ว่าด้วยการต้อนรับแขกแปลกหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบสังคมกรีกโบราณ รายการย้อนกลับไปพิจารณากลยุทธ์ ม้าไม้กรุงทรอย ของ Odysseus ตั้งแต่รูปลักษณ์ของม้าไม้ในฉบับของโนแลน ไปจนถึงสภาพอึดอัดของเหล่าทหารที่ซ่อนตัวอยู่ภายใน ก่อนเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของ Odysseus และผลที่ตามมา ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน เขาพยายามรักษาชีวิตไพร่พล รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจร่วมกัน กระทั่งกลับถึงอิธากาและต้องเผชิญกับเหล่าชายที่เข้ามาหมายปองภรรยาและยึดครองบ้านของเขา ทำให้คำถามเรื่องการปฏิบัติตามกฎ การละเมิดพันธกรณี และการเคารพซึ่งกันและกันกลับมาอีกครั้ง
ส่วนประเด็นภาพแทนของผู้หญิง ชวนเปรียบเทียบ Penelope, Calypso และ Circe ในภาพยนตร์กับมหากาพย์ดั้งเดิม โดยในมหากาพย์ Penelope เป็นหญิงชั้นสูงที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบและข้อจำกัดในวัง ขณะที่ Calypso และ Circe เป็นผู้หญิงที่มีอิสระและใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่ในฉบับของโนแลน บทบาทของ Calypso และ Circe ถูกตีความใหม่ ขณะที่ Penelope ได้รับพื้นที่มากขึ้นในฐานะราชินีผู้บริหารอิธากามานานนับสิบปี และพยายามรักษาอำนาจของตนท่ามกลางข้อจำกัดและเหล่าชายที่ต้องการครอบครองบัลลังก์ พร้อมทิ้งคำถามถึงการสร้างพลังให้ตัวละครหญิง เมื่อความขัดแย้งระหว่างผู้หญิงด้วยกันเองยังถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า
ติดตามการสนทนาหลังชม The Odyssey (2026) ตั้งแต่ชาตินิยม ภาษาและอารยธรรม กฎ xenia (กฎศักดิ์สิทธิ์ว่าด้วยการต้อนรับแขกและคนแปลกหน้า) การตัดสินใจและภาวะผู้นำ ไปจนถึงภาพแทนของผู้หญิง ได้ในรายการ #หมายเหตุประเพทไทย #TheOdyssey

Aug 14, 2026
Aug 14, 2026
1 hr 13 min
ระบบทุนนิยมตีกรอบจินตนาการที่เรามีต่อครอบครัว เราไม่สามารถนึกถึงครอบครัวรูปแบบอื่นได้นอกจากครอบครัวเดี่ยว สิ่งนี้วางภาระอันหนักอึ้งบนบ่าของผู้หญิง-เมีย แม่ ผู้ดูแล เขาจึงเสนอแนวทางแบบฉีกกรอบ นั่นคือล้มระบบครอบครัวเดี่ยวและนำสิ่งอื่นมาทดแทน เพื่อป้องกันวิกฤตการดูแลและนำความรักกลับบ้าน #BookBar ชวนพูดคุยกับ ศาสตราจารย์ สรวิศ ชัยนาม ผู้เขียนหนังสือ ‘บ้านนี้ไม่มีรัก’ ชวนตั้งคำถามต่อระบบ 'ครอบครัวแบบเดิม' จินตนาการถึงครอบครัวแบบใหม่ที่ออกไปจากกรอบทุนนิยม ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท'
- YouTube
- Spotify
- Apple Podcasts
- Podbean

Aug 14, 2026
Aug 14, 2026
53 min
หลังม่านของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของ LGBTQ แห่งเอเชีย” คนข้ามเพศในไทยยังคงเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่คำแซวในที่ทำงานที่ล้ำเส้นกลายเป็นคุกคาม ไปจนถึงการทำร้ายร่างกายและการล่วงละเมิดทางเพศ ประชาไทคุยกับ อาทิตยา อาษา ผู้จัดการเครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) เกี่ยวกับความรุนแรงต่อคนข้ามเพศในไทย และอคติทางเพศที่ยังข้ามไม่พ้น ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมจากความเกลียดชัง และภาครัฐยังไม่มีการเก็บข้อมูลว่าอาชญากรรมเหล่านี้คืออะไรและเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน รายการ Gender Unboxed เป็นรายการ podcast ซีรี่ส์ใหม่จากประชาไท ที่จะพาคุณออกนอกกล่องเพศเพื่อมองประเด็นสังคมต่างๆ ในมุมใหม่ สามารถติดตามได้ในทุกช่องทางของประชาไท

Aug 10, 2026
Aug 10, 2026
22 min
หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชานันท์ ยอดหงษ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนรำลึกถึง กุลลดา เกษบุญชู มี้ด ผ่านแนวทางการศึกษาที่อาจเรียกได้ว่า “กุลลดา School” หรือ “สำนักกุลลดา” ซึ่งมองการเปลี่ยนผ่านของรัฐไทย ตั้งแต่รัฐศักดินา การก่อรูปของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปจนถึงรัฐไทยสมัยใหม่ โดยวางประวัติศาสตร์การเมืองไทยไว้ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจการเมืองโลก ผ่านกรอบ เศรษฐศาสตร์การเมืองเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Political Economy)
แกนสำคัญของวิธีคิดนี้คือ การไม่มองรัฐ ผู้นำ หรือสถาบันการเมืองเป็นผู้กระทำที่มีเอกภาพและสามารถเลือกยุทธศาสตร์ได้อย่างอิสระ หากต้องอธิบายสิ่งเหล่านี้ผ่านโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ พลังทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมโลก ตั้งแต่ยุค Pax Britannica หรือยุคจักรวรรดินิยมอังกฤษ ไปจนถึง Pax Americana หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคที่สหรัฐอเมริกามีอิทธิพล ประเด็นโลกาภิวัตน์ เสรีนิยมใหม่ สนธิสัญญา การปฏิรูปรัฐ การเปลี่ยนแปลงของชนชั้น ระบบราชการ ชาติ และชาตินิยม จึงไม่ได้เป็นเหตุการณ์แยกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทย พลังทางสังคม และระบบโลก
โดยในรายการตอนนี้ หยิบยกผลงานสำคัญของอาจารย์กุลลดาอย่าง The Rise and Decline of Thai Absolutism (2547) (แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์: วิวัฒนาการรัฐไทย”) มาชวนคุยถึงข้อเสนอที่แตกต่างจากคำอธิบายคลาสสิกเรื่อง “สงครามสร้างรัฐ” โดยกุลลดาเสนอว่า การเปลี่ยนจากรัฐศักดินาไปสู่รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของสยามในปลายศตวรรษที่ 19 ต้องพิจารณาแรงกดดันและโอกาสจากการเชื่อมต่อกับทุนนิยมการค้าโลก ตั้งแต่ความขัดแย้งด้านการค้า สนธิสัญญาเบาว์ริง การจัดระบบแรงงาน ไปจนถึงการรวมศูนย์อำนาจในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 มากกว่าจะอธิบายด้วยพระปรีชาสามารถของผู้ปกครองหรือภัยคุกคามทางทหารเพียงด้านเดียว
ช่วงท้ายชวนตามเส้นทางความคิดดังกล่าวมาถึงบทความ “กระบวนการเข้าสู่ความเป็นสากลของระบบทุนนิยมและลัทธิเสรีนิยมใหม่” (2556) ซึ่งขยายกรอบจากการอธิบายรัฐไทยไปสู่การอธิบายระบบทุนนิยมโลก ตั้งแต่การเปลี่ยนจากทุนนิยมที่รัฐกำกับดูแลไปสู่เสรีนิยมใหม่ การเปิดเสรีทางการเงินของไทยในทศวรรษ 1990 วิกฤตเศรษฐกิจปี 1997 และเงื่อนไขจากไอเอ็มเอฟ พร้อมทบทวนทั้งพลังและข้อจำกัดของเศรษฐศาสตร์การเมืองเชิงประวัติศาสตร์ ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นแรงกดดันจากโครงสร้างโลกอย่างชัดเจน แม้จะทำให้บทบาทของการตัดสินใจ ผู้นำ และ agency ของรัฐปรากฏน้อยลงก็ตาม #หมายเหตุประเพทไทย #AbsoluteMonarchy
![ประกอบร่างสร้างความจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ | หมายเหตุประเพทไทย [Live]](https://pbcdn1.podbean.com/imglogo/ep-logo/pbblog4787289/638-55432794899_584b43923d_k_300x300.jpg)
Aug 4, 2026
Aug 4, 2026
53 min
หมายเหตุประเพทไทย Live สัปดาห์นี้ชวนอ่าน "กระบวนการประกอบสร้างความจนในสังคมเสรีนิยมใหม่ กรณีศึกษา: บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" (2566) ผลงานของ ยุวดี วงศ์วีระประเสริฐ ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งศึกษานโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงปี 2559–2562 ผ่านกรอบแนวคิดเสรีนิยมใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่ารัฐนิยามและจัดการกับ "ความยากจน" อย่างไร
งานวิจัยชี้ว่า นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้เป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ยังมาพร้อมกระบวนการกำหนดนิยามของ "คนจน" ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง การพิสูจน์ตัวตน และเงื่อนไขการเข้าถึงสิทธิ ทำให้ความยากจนถูกแปลงเป็นตัวเลขและคุณลักษณะที่รัฐสามารถจำแนก ควบคุม และบริหารจัดการได้
จากการศึกษาภาคสนามในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้วิจัยพบว่า กระบวนการดังกล่าวส่งผลต่อการรับรู้ของผู้คนเกี่ยวกับความจน และทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึงสวัสดิการต้องเรียนรู้ที่จะพิสูจน์ความยากจนของตนเองตามเกณฑ์ของรัฐ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์หรือไม่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ก็อาจถูกกันออกจากระบบการช่วยเหลือ แม้จะเผชิญปัญหาความยากจนในชีวิตจริง
งานวิจัยจึงเสนอว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นมากกว่านโยบายสวัสดิการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประกอบสร้างความหมายของ "ความยากจน" ภายใต้แนวคิดเสรีนิยมใหม่ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ การเมือง และการจัดการประชากร พร้อมชวนตั้งคำถามว่า ใครคือผู้มีสิทธิถูกนับว่า "จน" และใครคือผู้ที่ถูกทิ้งไว้ภายนอกนิยามดังกล่าว ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
