Episodes

Wednesday Nov 03, 2021
คำให้การจาก ‘เหยื่อ’ 6 ตุลาคม 2519 ความทรงจำยังไม่จาง | อ่านให้ฟัง
Wednesday Nov 03, 2021
Wednesday Nov 03, 2021
"ดิฉันไปเห็นคนตายอยู่ตรงหน้า อมธ." รื้อฟื้นและทบทวนความทรงจำ เพื่อจดจำ ผ่านคำให้การของผู้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เมื่อปี 2542
ความทรงจำต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หมุนกลับอีกเป็นครั้ง ความทรงจำในหนนั้นต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย คล้ายคลึงมีอยู่ คลับคล้ายถูกลืม เป็นโศกนาฏกรรมที่ชนชั้นนำไม่อยากให้จารึกในบทเรียน ฝ่ายขวาไม่อยากเอ่ยถึง และเหยื่อยังไม่เคยได้รับความเป็นธรรม
‘ประชาไท’ โดยความอนุเคราะห์ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำส่วนหนึ่งของความทรงจำ 6 ตุลา 19 กลับมาทบทวนอีกครั้ง ผ่านปากคำของผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่เคยให้ไว้กับคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เมื่อปี 2542
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2017/10/73570
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Wednesday Nov 03, 2021
ความรู้สึกผิด ความหวัง และบาดแผลในความเงียบของเหยื่อ 6 ตุลา #บันทึก6ตุลา | อ่านให้ฟัง
Wednesday Nov 03, 2021
Wednesday Nov 03, 2021
ในกรณีการสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519 เป็นที่ทราบกันดีว่าความกลัวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องทนทุกข์อยู่กับความเงียบ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วกว่า 40 ปีหลายครอบครัวก็ยังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตน เพราะพวกเขามองว่ากลุ่มอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ยังคงมีอำนาจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่อคนทำผิดไม่ต้องรับผิด ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจึงต้องถูกลงฑัณฑ์ซ้ำสองให้ก้มหน้ากล้ำกลืนกับความอยุติธรรมต่อไป...
ในบรรดาผู้ที่เสียชีวิตฝ่ายประชาชนจำนวน 40 คนนี้ มีหลายคนที่เรายังไม่รู้ว่าเขาคือใครแม้ว่าเราจะเห็นรูปถ่ายของพวกเขาจนชินตา ได้แก่ ชายไทย 3 คนที่อยู่ในเอกสารชันสูตรพลิกศพแต่ไม่ทราบชื่อ ผู้ชายที่ถูกแขวนคอสองคนที่ถ่ายโดยช่างภาพของสำนักข่าวเอพีนายนีล อูเลวิช และหนึ่งในภาพถ่ายนั้นได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2520 (คนที่ถูกแขวนคอมีทั้งหมด 5 คน อูเลวิชถ่ายภาพได้ 2 คน) ร่างที่ถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกและระบุเพศไม่ได้ 4 คนบนถนนราชดำเนินใกล้กับรูปปั้นแม่พระธรณีบีบมวยผม เราไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร ครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน รับรู้หรือไม่ว่าลูกหลานของตนเสียชีวิตแล้ว หรือยังเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขาอยู่อย่างเงียบงัน
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/10/78975
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Wednesday Nov 03, 2021
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เปิด นสพ. เก่า อ่านชนวน 6 ตุลา ผ่านข่าวก่อนเกิดเหตุ | อ่านให้ฟัง
Wednesday Nov 03, 2021
Wednesday Nov 03, 2021
5 ต.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค “วันนี้เมื่อ 36 ปีก่อน” โดยนำรูปปกหนังสือพิมพ์เก่าฉบับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวสยาม บ้านเมือง ไทยรัฐ บางกอกโพสต์ ประชาชาติ เปรียบเทียบการพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมใหญ่ของประชาชนและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 1, 2, 3, 4, 5 ตุลาคม 2519 ก่อนจะเกิดเหตุการณ์กวาดล้างนักศึกษาและประชาชนในวันที่ 6 ตุลาคม 2519
สำหรับในวันนี้ ( 5 ต.ค.) เมื่อ 36 ปีที่แล้ว สมศักดิ์ ได้วิเคราะห์ข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ไว้ว่า ชนวนของการจุดประเด็นเรื่องละครแขวนคอ อันเป็นเหตุให้ฝ่ายขวาลุกฮือและมีการกวาดล้างผู้ชุมนุมอย่างโหดเหี้ยมนั้น ถูกจุดขึ้นจากประเด็นเพียงเล็กน้อยและด้วยเวลาอันรวดเร็วเพียงใด ทั้งที่สื่อมวลชนเกือบทั้งหมด รวมทั้งดาวสยามเองนำเสนอข่าวการแสดงละครนี้ในวันที่ 5 ต.ค. เป็นเพียงข่าวเล็กๆ ที่แทบไม่ได้รับความสนใจ
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2012/10/43000
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Thursday Oct 28, 2021
Thursday Oct 28, 2021
สถาบันโลวีรวบรวมการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในการเปลี่ยนผ่านหรือการสืบทอดอำนาจของผู้นำจีนสีจิ้นผิง ไม่ว่าจะเกิดกรณีการเสียชีวิตกะทันหัน การกลายเป็นผู้ขาดความสามารถในการดำรงตำแหน่งต่อ หรือกระทั่งกรณีการรัฐประหารในจีน นอกจากความเป็นไปได้ทางการต่อสู้ห้ำหั่นกันเองในหมู่ชนชั้นนำจนเกิดการขาดเสถียรภาพการเมืองแล้ว ถ้าหากสีจิ้นผิงกุมอำนาจไปจนถึงแก่เฒ่าก็จะเกิดการฝังแน่นของโครงสร้างอำนาจการกดขี่ครอบงำปราบปรามจนทำให้เกิดปัญหาอีกแบบหนึ่ง
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2021/10/95516
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Monday Oct 25, 2021
Monday Oct 25, 2021
ในกรณีการสังหารหมู่ 6 ตุลา 2519 เป็นที่ทราบกันดีว่าความกลัวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องทนทุกข์อยู่กับความเงียบ แม้ว่าจะผ่านไปแล้วกว่า 40 ปีหลายครอบครัวก็ยังไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนของตน เพราะพวกเขามองว่ากลุ่มอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา ยังคงมีอำนาจต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน เมื่อคนทำผิดไม่ต้องรับผิด ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจึงต้องถูกลงฑัณฑ์ซ้ำสองให้ก้มหน้ากล้ำกลืนกับความอยุติธรรมต่อไป
ในบรรดาผู้ที่เสียชีวิตฝ่ายประชาชนจำนวน 40 คนนี้ มีหลายคนที่เรายังไม่รู้ว่าเขาคือใครแม้ว่าเราจะเห็นรูปถ่ายของพวกเขาจนชินตา ได้แก่ ชายไทย 3 คนที่อยู่ในเอกสารชันสูตรพลิกศพแต่ไม่ทราบชื่อ ผู้ชายที่ถูกแขวนคอสองคนที่ถ่ายโดยช่างภาพของสำนักข่าวเอพีนายนีล อูเลวิช และหนึ่งในภาพถ่ายนั้นได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 2520 (คนที่ถูกแขวนคอมีทั้งหมด 5 คน อูเลวิชถ่ายภาพได้ 2 คน) ร่างที่ถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกและระบุเพศไม่ได้ 4 คนบนถนนราชดำเนินใกล้กับรูปปั้นแม่พระธรณีบีบมวยผม เราไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร ครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน รับรู้หรือไม่ว่าลูกหลานของตนเสียชีวิตแล้ว หรือยังเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขาอยู่อย่างเงียบงัน
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2018/10/78975
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Friday Oct 22, 2021
6 ตุลา “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” | อ่านให้ฟัง
Friday Oct 22, 2021
Friday Oct 22, 2021
วิกิพีเดียบันทึกประวัติของ กิตติวุฑโฒ ภิกขุ ไว้ตอนหนึ่งว่า ช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลา เคยกล่าวว่า “ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่บาป” ซึ่งถูกฝ่ายขวา อันได้แก่นวพล กลุ่มกระทิงแดงในสมัยนั้นนำไปใช้เป็นวาทกรรมโจมตีฝ่ายซ้าย และยุยงให้คนไทยเกลียดชังนิสิตนักศึกษาที่ชุมนุมต่อต้านการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม กิตติขจรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำไปสู่การสังหารหมู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
กิตติวุฑโฒ ได้ตีความพุทธศาสนาสนับสนุนความรุนแรงในนามของการปกป้องอุดมการณ์ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ผ่านคำให้สัมภาษณ์นิตยสารจตุรัส ฉบับวันที่ 29 มิถุนายน 2519 ไว้ดังนี้
จตุรัส : การฆ่าฝ่ายซ้าย หรือคอมมิวนิสต์บาปไหม
กิตฺติวุฑฺโฒ: อันนั้นอาตมาก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้จะนับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ชื่อว่าถือเป็นการฆ่าคน เพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั้นไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใจ (ว่า) เราไม่ได้ฆ่าคนแต่ฆ่ามารซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2013/10/49085
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Wednesday Oct 20, 2021
หนังสือในมือเจ้าหน้าที่ 2 เล่มจากที่เกิดเหตุ 6 ตุลา 19 | อ่านให้ฟัง
Wednesday Oct 20, 2021
Wednesday Oct 20, 2021
ภาพถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 พร้อมชูหนังสือ 2 เล่มที่ว่านั้นคือ "ด้วยเลือดและชีวิต : รวมเรื่องสั้นเวียดนาม" ผลงานแปลของจิตร ภูมิศักดิ์ และ "คติพจน์ประธานเหมาเจ๋อตุง" โดยชะตากรรมของหนังสือทั้ง 2 เล่มหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 เคยถูกประกาศให้เป็นหนังสือต้องห้าม ปัจจุบันเป็นหนังสือที่สามารถยืมได้ในห้องสมุด ม.ธรรมศาสตร์ รวมทั้งมีจำหน่ายอยู่ในเว็บขายหนังสือเก่า
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2017/10/73565
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Sunday Oct 17, 2021
14 ตุลากับวัฒนธรรมหนังสือ : สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ | อ่านให้ฟัง
Sunday Oct 17, 2021
Sunday Oct 17, 2021
หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคมผ่านไปด้วยชัยชนะของประชาชน นำมาซึ่งยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ก็ได้นำมาซึ่งยุคเบ่งบานหรือบูมของตลาดหนังสือด้วย ได้มีการพิมพ์หนังสือใหม่ออกมาเป็นจำนวนมากมายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ตั้งแต่ พ.ศ.2517 จะเห็นการเฟื่องฟูของหนังสืออย่างชัดเจน หนังสือเหล่านี้เผยแพร่ความรู้ใหม่ ความคิดใหม่ และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอุดมการณ์ใหม่ แต่ที่สำคัญคือหนังสือเหล่านี้ "ขายได้" หรือเป็นที่ต้องการของตลาด หลายเรื่องขายดีต้องพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง นั่นหมายถึงว่า กรณี 14 ตุลาได้สร้างการบูมของการซื้อหนังสือด้วย เงินที่ได้จากการพิมพ์หนังสือเล่มเดิม นำมาสู่การพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ ทำให้ความรู้ความคิดใหม่ขยายตัวอย่างมาก และกลายเป็นเรื่องท้าทายสั่นคลอนความรู้กระแสหลักในสังคมไทย
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2014/10/56119
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

Sunday Oct 10, 2021
Sunday Oct 10, 2021
![จดหมายเล่าเหตุการณ์เช้ามืด 6 ตุลา จากหนังสือ‘เราคือผู้บริสุทธิ์‘ [ฉบับที่2] | อ่านให้ฟัง](https://pbcdn1.podbean.com/imglogo/ep-logo/pbblog4787289/51550268160_ccde177529_1600_300x300.jpg)
Wednesday Oct 06, 2021
จดหมายเล่าเหตุการณ์เช้ามืด 6 ตุลา จากหนังสือ‘เราคือผู้บริสุทธิ์‘ [ฉบับที่2] | อ่านให้ฟัง
Wednesday Oct 06, 2021
Wednesday Oct 06, 2021
จดหมายจากชวลิต วินิจจะกูล ฉบับที่ 2
6.00 น. เศษ สุธรรมขึ้นเวทีครั้งสุดท้าย ให้กำลังใจแก่ผู้ชุมนุมและจะไปพบนายกฯ เสนีย์ เจรจาขอให้หยุดยิง ขณะพูดอยู่ สุธรรมเกือบถูกกระสุนจึงต้องหมอบราบกับเวที พูดต่อจนจบแล้วออกไปจากมธ.
ตำรวจพาตัวสุธรรมกับเพื่อนๆ ไป แต่ยังไม่ยอมให้ใครออกอีกเลยแม้แต่ผู้บาดเจ็บ
ระเบิดสงครามลงใกล้หอฯ ใหญ่ เข้ามาบริเวณสนามบอล ควันดำโขมง เห็นเพื่อน 2 คนล้มกลิ้งม้วนออกมาจากกลุ่มควันแล้วแน่นิ่งไป
ประมาณ 6.30 น. พวกเราพยายามเจรจาขอออกนอกมธ. ทางประตูท่าพระจันทร์ แต่ ตำรวจไม่ยอม
มีคนพยายามหาทางออกทางน้ำหลายร้อยคน แต่ตำรวจกลุ่มหนึ่งวิ่งมาบนท่าเรือแล้วยิงขู่ลงน้ำ ต่อมามี ตำรวจน้ำแล่นเรือมากลางแม่น้ำแล้วยิงเข้าใส่ มธ. ทั้งยังแล่นไล่จับคนที่ลอยคออยู่ในน้ำด้วย
ขณะนั้นในแม่น้ำไม่มีเรืออื่นเลย เพราะตั้งแต่เช้ามีคนพยายามหนีโดยขอความช่วยเหลือจากชาวเรือแถบนั้น ตำรวจน้ำแล่นมาพบจึงประกาศห้ามเรือทุกลำในบริเวณนั้นช่วยเหลือพวกเราอย่างเด็ดขาด ซ้ำยังไล่เรือทุกลำออกจากบริเวณทั้งหมด
รถพยาบาล 5-6 คันที่ลำเลียงคนเจ็บตั้งแต่ถูกระเบิดเมื่อ 5.30 น. ยังออกจากมธ.ไม่ได้ คนที่ทราบต่างรู้สึกเจ็บใจเหลือเกิน ผมโกรธอย่างบอกไม่ถูก เราขอร้องให้ตำรวจยอมให้เราพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ขอร้องจนกลายเป็นอ้อนวอนเพื่อเห็นแก่ชีวิต
เสียงอ้อนวอนไม่ทำให้ความบ้าคลั่งลดลง ตำรวจไม่ยอม
อ่านทั้งหมดได้ที่: https://prachatai.com/journal/2012/10/43012
ประชาไท #อ่านให้ฟัง หยิบบทความที่น่าสนใจมาอ่านให้คุณฟัง แบบไม่ต้องอ่าน

